ภาพฮอโลแกรม 3 มิติ กับงานสิ่งพิมพ์

ภาพถ่ายธรรมดาทั่วไป เรียกว่า ภาพ 2 มิติ คือมองมุมใดก็เป็นภาพเดิมและแบนราบ แต่ภาพ 3 มิติ คือภาพที่มองแล้วเกิดความลึกขึ้น หรือภาพเปลี่ยนไปเมื่อมองในตำแหน่งต่างกัน การทำให้ภาพมีหลายมิติทำได้หลายวิธี เช่น  ภาพ Stereogram ใช้หลักการ Parallax หรือรวมภาพที่เห็นได้จากตาซ้ายและตาขวา และในการมองก็ต้องใช้กลอ้งหรือแว่นเพื่อแบ่งการมองของตาซ้ายกับตาขวา เช่น การชมภาพยนต์ 3 มิติ อีกวิธีคือการใช้เทคนิค  Fine Lenticular Screen ซึ่งเป็นแผ่นสกรีนที่ทำให้มองเห็นภาพเปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งการมอง เช่น ภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบนไม้บรรทัดของเด็กๆ ที่เราเคยเห็นกันส่วนวิธีทำภาพ 3 มิติ ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ กระบวนการที่เรียกว่า Hologramphy เพื่อสร้างภาพฮอโลแกรม ซึ่งเป็นภาพที่มองเห็นการจำลองวัตถุต้นแบบไว้ทุกประการ และีีมี Parallax ที่สมบูรณ์ เหมือนการมองวัตถุจริงๆ ด้วยตาซ้ายกับตาขวา

ภาพฮอโลแกรม 3 มิติ เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี  OVD ( Optical Variable Device) ซึ่งหมายถึง อุปกรณ์แสดงความแตกต่างต่อการมองเห็นทางด้านการกระจายแสง นิยมใช้ในการติดบนสิ่งพิมพ์ เพื่อให้ยากต่อการปลอมแปลง (Security Printing) ตัวอย่างงานพิมพ์ที่ใช้ได้แก่ ตั๋งเครืองบิน เช็ค ธนบัตร แสตมป์ บัตรเครดิต บรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่มีมูลค่าสูงๆ เช่น สุรา บุหรี่ น้ำหอม เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสิ่งพิมพ์อื่นๆ ที่ต้องป้องกันการทำเทียมหรือปลอมแปลง  เลียนแบบ อาจทำเป็นสติ๊กเกอร์ฟอยด์ฮอโลแกรม สติ๊กเกอร์เปลือกไข่ ใช้ติดเพื่อความสวยงาม หรือปิดทับเอกสารสำคัญที่ต้องการส่งให้ถึงมือผู้รับ แต่ปัจจุบัน เทคนิคฮอโลแกรมได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการตกแต่งสิ่งพิมพ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า หรือส่งเสริมการขาย  โดยทำภาพฮอโลแกรมบนแผ่นเปลวโลหะ ที่ใช้สำหรับการเดินรอยร้อย (ปั๊มฟอยส์) บนสิ่งพิมพ์ เช่น บัตรอวยพร ป้ายของขวัญ โปสการ์ด และการทำภาพฮอโลแกรมบนฟิลม์พลาสติกที่ใช้สำหรับเคลือบลามิเนต เคลือบเอกสาร บนหน้าปกหนังสือหรือนิตยสาร เป็นต้น

Holography เป็นทฤษฎีที่มีรายละเอียดลึกซึ้งมากและได้ทำหลายวิธี แต่จะเขียนให้อ่านง่ายๆ ถึงวิธีทำภาพฮอโลแกรม คือ ใช้วิธีการถ่ายหรือบันทึกข้อมูลหรือวัตถุต้นแบบให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยใช้ลำแสงเลเซอร์ ที่มีความยาวคลื่นเดียว และแอมพลิจูเดียว 2 ขบวนมาแทรกสอดกัน คลื่นแสงกระบวนการหนึ่งจะสะท้อนหรือส่องผ่านมาจากวัตถุต้นแบบ เรียกว่า ลำแสงวัตถุ (Object beam) อีกกระบวนหนึ่งลำแสงบริสุทธิ์ที่ไม่มีข้อมูลใดปะปนอยู่เลย เรียกว่าลำแสงอ้างอิง เมื่อคลื่นแสง 2 กระบวนมาแทรกสอดกัน จะก่อให้เกิดริ้วรอยที่มีขนาดเล็กมากบนวัสดุไวแสง (Photoresist) ที่เคลือบอยู่บนกระจก ส่วนที่โดนแสงจะแข็งตัว และส่วนที่ไม่โดนแสงจะหลุดออก เมื่อผ่านการสร้างภาพแล้ว จึงได้ภาพเนกาทีฟที่บันทึกริ้วรอยของการแทรกสอดของลำแสงเลเซอร์ 2 กระบวน มีลักษณะนูนเว้า ที่ผิว คล้ายลอน ลูกฟูก เกิดเป็นภาพฮอโลแกรม 3 มิติ ของวัตถุต้นแบบ แต่ในการมองให้เห็นเป็นภาพ 3 มิติ ที่สวยงาม ต้องมีแสงที่มีสมบัติเหมาะสมมาส่องผ่านหรือสะท้อนภาพ ฮอโลแกรมนั้น เมื่อแสงส่องกระทบริ้วรอยบนผิวหน้าภาพฮอโลแกรมนั้น คลื่นแสงที่ส่องผ่านหรือสะท้อนจะเกิดการเลี้ยวเบนและแทรกสอดกันก่อนมาเข้าตา เรา ทำให้เห็นภาพจำลองวัตถุต้นแบบของภาพฮอโลแกรมได้

 

อ้างอิงจาก บทความจากนิตยสาร วงการพิมพ์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 3 ก.ย.-ต.ค. 2549